
คดีสิ่งแวดล้อม คือ คดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม หรือสุขภาพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำ การลักลอบทิ้งกากของเสียอันตราย การเผาป่า การปล่อยมลพิษทางอากาศ หรือการดำเนินกิจการโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง จึงมีกฎหมายหลายฉบับกำหนดความรับผิดทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และทางปกครอง เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ
ตัวอย่างคดีสิ่งแวดล้อม
>> โรงงานแห่งหนึ่งลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะโดยไม่ผ่านระบบบำบัด ทำให้น้ำเน่าเสีย ส่งผลให้สัตว์น้ำตาย และประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถใช้น้ำอุปโภคบริโภคได้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าคุณภาพน้ำเกินค่ามาตรฐาน จึงดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ <<
ความรับผิดตามกฎหมาย
ผู้กระทำอาจมีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ เช่น
* พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
* พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ในกรณีโรงงานฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกอบกิจการ)
* ประมวลกฎหมายอาญา หากการกระทำนั้นก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนหรือทรัพย์สิน
* กฎหมายแพ่ง ผู้เสียหายสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ก่อมลพิษได้
นอกจากโทษทางอาญาแล้ว ผู้ก่อมลพิษยังอาจถูกสั่งให้ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่สูญเสียไป ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบ และอาจถูกเพิกถอนหรือระงับใบอนุญาตประกอบกิจการได้
หากประชาชนได้รับผลกระทบจากมลพิษ สามารถร้องเรียนได้ ดังนี้
* ร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
* แจ้งความดำเนินคดีอาญา หากเข้าข่ายความผิด
* ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง
* ขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการกระทำที่ก่อให้เกิดมลพิษ