ENG

logo พื้นหลังโปร่งแสง

คดีปกครองและข้อพิพาทกับหน่วยงานรัฐ

ทนายคดีปกครองและข้อพิพาทกับหน่วยงานรัฐ

การมีข้อพิพาทกับหน่วยงานของรัฐแตกต่างจากข้อพิพาทระหว่างเอกชนทั่วไป เพราะการใช้อำนาจของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐมีกฎหมาย ขั้นตอน และระยะเวลาที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น คำสั่งทางปกครอง การออกหรือเพิกถอนใบอนุญาต การสั่งรื้อถอนอาคาร การเวนคืนที่ดิน การดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่

คดีปกครองและข้อพิพาทกับหน่วยงานรัฐ
คดีปกครองและข้อพิพาทกับหน่วยงานรัฐ

เมื่อบุคคลหรือผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจของรัฐ จึงควรตรวจสอบตั้งแต่ต้นว่า หน่วยงานมีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ ดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ คำสั่งมีเหตุผลและข้อเท็จจริงรองรับเพียงใด และผู้ได้รับผลกระทบมีสิทธิโต้แย้งหรือฟ้องคดีอย่างไร

สำนักงานกฎหมายยุติธรรมภิบาล ให้คำปรึกษาและดำเนินการเกี่ยวกับ คดีปกครอง การฟ้องหน่วยงานรัฐ การโต้แย้งคำสั่งทางปกครอง และข้อพิพาทที่เกิดจากการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ โดยพิจารณาข้อเท็จจริง เอกสาร คำสั่ง และกฎหมายที่ให้อำนาจแก่หน่วยงานในแต่ละกรณี

คดีปกครองคืออะไร?

คดีปกครองโดยทั่วไปเป็นข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจทางปกครอง หรือการดำเนินการของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิของประชาชนหรือเอกชน

ตัวอย่างข้อพิพาท เช่น

  • หน่วยงานรัฐออกคำสั่งที่กระทบสิทธิ
  • ถูกเพิกถอนหรือไม่ได้รับใบอนุญาต
  • ถูกสั่งให้รื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
  • เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานรัฐละเลยไม่ดำเนินการตามหน้าที่
  • ข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินหรือการเวนคืน
  • การเรียกร้องค่าเสียหายจากการใช้อำนาจของรัฐ
  • ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง


อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคดีที่มีหน่วยงานรัฐเป็นคู่กรณีจะเป็นคดีปกครองเสมอไป จึงต้องพิจารณาทั้ง สถานะของคู่กรณี ลักษณะการใช้อำนาจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนกำหนดแนวทางดำเนินคดี

ถูกหน่วยงานรัฐออกคำสั่งกระทบสิทธิ ต้องทำอย่างไร?

เมื่อได้รับหนังสือหรือคำสั่งจากหน่วยงานรัฐ สิ่งแรกที่ควรทำคืออ่านรายละเอียดของคำสั่งและตรวจสอบว่า

ใครเป็นผู้ออกคำสั่ง → อาศัยกฎหมายใด → สั่งให้ทำหรือห้ามทำอะไร → มีผลเมื่อใด → สามารถอุทธรณ์หรือโต้แย้งได้หรือไม่

ไม่ควรพิจารณาเฉพาะข้อความในส่วนที่เป็นคำสั่งเท่านั้น แต่ควรตรวจสอบเหตุผล ข้อเท็จจริง เอกสารประกอบ และกฎหมายที่หน่วยงานอ้างเป็นฐานในการใช้อำนาจด้วย

โดยเฉพาะหากคำสั่งมีผลกระทบต่อ ที่ดิน อาคาร ใบอนุญาต การประกอบกิจการ หรือทรัพย์สินมูลค่าสูง ควรตรวจสอบสิทธิและกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว

คำสั่งทางปกครองคืออะไร?

คำสั่งทางปกครองสามารถส่งผลโดยตรงต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล เช่น การอนุญาตหรือไม่อนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาต การสั่งให้ดำเนินการบางอย่าง หรือคำสั่งอื่นที่เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่

การตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งจึงอาจต้องพิจารณาหลายประเด็น เช่น

อำนาจของเจ้าหน้าที่ → ขั้นตอนก่อนออกคำสั่ง → ข้อเท็จจริง → เหตุผลของคำสั่ง → การใช้ดุลพินิจ → การแจ้งสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ

หากพบว่าคำสั่งมีปัญหา อาจมีช่องทางในการอุทธรณ์ ขอให้หน่วยงานพิจารณาใหม่ หรือใช้สิทธิทางศาล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎหมายและข้อเท็จจริงของเรื่องนั้น

การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง

เมื่อไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของหน่วยงานรัฐ ไม่ควรรีบฟ้องศาลทันทีโดยไม่ตรวจสอบก่อนว่า กฎหมายกำหนดให้ต้องอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองก่อนหรือไม่

คำสั่งบางประเภทมีกระบวนการอุทธรณ์เฉพาะ และอาจกำหนดระยะเวลาในการใช้สิทธิไว้

การเตรียมคำอุทธรณ์จึงควรระบุให้ชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายส่วนใด เหตุใดคำสั่งจึงควรถูกเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอน และมีเอกสารหรือพยานหลักฐานใดสนับสนุน

เอกสารที่ยื่นในขั้นตอนนี้อาจมีความสำคัญต่อการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป จึงควรวางประเด็นอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้น

ฟ้องหน่วยงานรัฐได้หรือไม่?

หากได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำ การใช้อำนาจ หรือการละเลยต่อหน้าที่ของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐ อาจมีสิทธินำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ทั้งนี้ต้องพิจารณาว่า ข้อพิพาทอยู่ในอำนาจของศาลใด และมีเงื่อนไขในการฟ้องคดีอย่างไร

ก่อนฟ้องจึงควรตรวจสอบอย่างน้อย 4 เรื่อง

ผู้ฟ้องมีสิทธิฟ้องหรือไม่ → ฟ้องหน่วยงานหรือบุคคลใด → ต้องการให้ศาลมีคำสั่งอย่างไร → ยังอยู่ภายในระยะเวลาฟ้องคดีหรือไม่

การกำหนดคำขอท้ายฟ้องก็มีความสำคัญ เพราะวัตถุประสงค์ของแต่ละคดีแตกต่างกัน เช่น ต้องการให้เพิกถอนคำสั่ง ให้หน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ หรือเรียกร้องค่าเสียหาย

ฟ้องศาลปกครองต้องเตรียมอะไรบ้าง?

การเตรียมคดีควรเริ่มจากการรวบรวมเอกสารตั้งแต่ต้นเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะคำสั่งฉบับสุดท้ายของหน่วยงาน

เอกสารสำคัญอาจประกอบด้วย

  • หนังสือหรือคำสั่งจากหน่วยงานรัฐ
  • หนังสือโต้แย้งหรือคำอุทธรณ์
  • ผลการพิจารณาอุทธรณ์
  • หนังสือที่เคยติดต่อกับเจ้าหน้าที่
  • เอกสารสิทธิหรือใบอนุญาต
  • สัญญาและเอกสารทางธุรกิจ
  • ภาพถ่าย แผนที่ หรือหลักฐานเกี่ยวกับสถานที่
  • เอกสารแสดงความเสียหาย


จากนั้นควรจัดทำ ลำดับเหตุการณ์ (Timeline) เพื่อให้เห็นว่าแต่ละเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด และมีหนังสือหรือคำสั่งใดตามมา เพราะระยะเวลาอาจเป็นประเด็นสำคัญในคดีปกครอง

ถูกสั่งรื้อถอนอาคาร ต้องทำอย่างไร?

กรณีได้รับคำสั่งให้รื้อถอนหรือแก้ไขอาคาร อาจส่งผลต่อทรัพย์สินมูลค่าสูงและการใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยตรง

ควรตรวจสอบทั้ง ใบอนุญาตก่อสร้าง แบบอาคาร โฉนดที่ดิน การใช้ประโยชน์ในที่ดิน หนังสือของหน่วยงาน และเหตุผลที่เจ้าหน้าที่ใช้ในการออกคำสั่ง

นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบว่าคำสั่งดังกล่าวสามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่ และมีระยะเวลาเท่าใด

การปล่อยให้ระยะเวลาผ่านไปโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ อาจทำให้ทางเลือกในการดำเนินการลดลง

ถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือหน่วยงานไม่ออกใบอนุญาต

ใบอนุญาตของหน่วยงานรัฐอาจมีผลโดยตรงต่อการประกอบกิจการ การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน หรือการดำเนินโครงการ

หากถูกปฏิเสธคำขอ ไม่ต่ออายุ หรือเพิกถอนใบอนุญาต ควรตรวจสอบว่า กฎหมายกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขไว้อย่างไร หน่วยงานให้เหตุผลอะไร และกระบวนการก่อนออกคำสั่งดำเนินการถูกต้องหรือไม่

หากเป็นกิจการหรือทรัพย์สินมูลค่าสูง ผลของคำสั่งอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะใบอนุญาต แต่สามารถส่งผลต่อรายได้ สัญญา การลงทุน และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

หน่วยงานรัฐไม่ดำเนินการหรือละเลยต่อหน้าที่ ทำอย่างไร?

ข้อพิพาทกับหน่วยงานรัฐไม่ได้เกิดจากการออกคำสั่งเพียงอย่างเดียว บางกรณีปัญหาเกิดจาก หน่วยงานไม่ดำเนินการในเรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือใช้เวลาพิจารณาโดยไม่มีความคืบหน้า

ก่อนดำเนินคดีควรตรวจสอบว่า หน่วยงานมีหน้าที่ตามกฎหมายจริงหรือไม่ ผู้ร้องได้ดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วนแล้วหรือไม่ และมีหลักฐานการยื่นคำขอหรือการติดตามเรื่องอย่างไร

เอกสารรับเรื่อง หนังสือติดตาม และหลักฐานการติดต่อกับหน่วยงานจึงควรเก็บรักษาไว้

เวนคืนที่ดินและค่าทดแทน

การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกเรื่องที่อาจสร้างผลกระทบอย่างมากต่อเจ้าของที่ดินและผู้มีสิทธิในทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินในทำเลที่มีมูลค่าสูงหรือใช้ประกอบกิจการ

ข้อพิพาทอาจเกี่ยวข้องกับ ขอบเขตที่ดินที่ถูกเวนคืน จำนวนเงินค่าทดแทน ผลกระทบต่อที่ดินส่วนที่เหลือ สิ่งปลูกสร้าง หรือสิทธิของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

การพิจารณาจึงไม่ควรดูเฉพาะจำนวนเงินที่ได้รับเสนอ แต่ควรตรวจสอบเอกสารสิทธิ ลักษณะการใช้ประโยชน์ ราคาหรือมูลค่าทรัพย์สิน และผลกระทบจากการเวนคืนโดยรวม

เรียกร้องค่าเสียหายจากหน่วยงานรัฐได้หรือไม่?

ในบางกรณี การกระทำหรือการละเลยของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน

แต่การเรียกร้องค่าเสียหายต้องพิจารณาว่า ความเสียหายเกิดจากการกระทำใด การกระทำนั้นเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหรือหน้าที่ของรัฐอย่างไร และสามารถพิสูจน์ความเสียหายได้เพียงใด

จึงควรเก็บเอกสารที่แสดงทั้งเหตุการณ์และมูลค่าความเสียหาย เช่น สัญญา ค่าใช้จ่าย รายได้ที่ได้รับผลกระทบ หรือหลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์สินไว้ตั้งแต่ต้น

แนวทางการดำเนินคดีปกครอง

คดีปกครองที่มีความซับซ้อนควรวิเคราะห์เป็นลำดับ

หน่วยงาน → อำนาจตามกฎหมาย → การกระทำหรือคำสั่ง → ขั้นตอน → ผลกระทบต่อสิทธิ → การอุทธรณ์ → ระยะเวลาฟ้องคดี → คำขอต่อศาล

การวิเคราะห์ในลักษณะนี้ช่วยแยกให้เห็นว่า ปัญหาอยู่ที่ หน่วยงานไม่มีอำนาจ ใช้อำนาจไม่ถูกต้อง ขั้นตอนไม่ชอบ ข้อเท็จจริงไม่เพียงพอ ใช้ดุลพินิจไม่เหมาะสม หรือละเลยต่อหน้าที่

เมื่อทราบประเด็นที่แท้จริงแล้ว จึงสามารถประเมินได้ว่าควรใช้การชี้แจง การอุทธรณ์ การเจรจากับหน่วยงาน หรือการดำเนินคดีต่อศาลเป็นแนวทางหลัก

เมื่อใดควรปรึกษาทนายคดีปกครอง?

ควรพิจารณาปรึกษาทนายความเมื่อ ได้รับคำสั่งจากหน่วยงานรัฐ ถูกเพิกถอนหรือปฏิเสธใบอนุญาต ถูกสั่งรื้อถอน มีปัญหาเกี่ยวกับการเวนคืน หน่วยงานไม่ดำเนินการตามหน้าที่ หรือกำลังพิจารณาฟ้องหน่วยงานรัฐ

โดยเฉพาะเมื่อหนังสือหรือคำสั่งระบุระยะเวลาในการอุทธรณ์หรือใช้สิทธิ ควรตรวจสอบโดยเร็ว เพราะคดีปกครองมีประเด็นเรื่อง ขั้นตอนและระยะเวลา ที่อาจส่งผลต่อสิทธิในการดำเนินคดี

ปรึกษาทนายคดีปกครอง — สำนักงานกฎหมายยุติธรรมภิบาล

สำนักงานกฎหมายยุติธรรมภิบาล ให้คำปรึกษาและดำเนินการเกี่ยวกับ คดีปกครอง การฟ้องหน่วยงานรัฐ การโต้แย้งคำสั่งทางปกครอง การเพิกถอนใบอนุญาต คำสั่งเกี่ยวกับอาคาร การเวนคืนที่ดิน และข้อพิพาทที่เกิดจากการใช้อำนาจของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐ

แนวทางการทำงานเริ่มจากการตรวจสอบคำสั่งและเอกสารของหน่วยงาน วิเคราะห์กฎหมายที่ให้อำนาจ ตรวจสอบขั้นตอนและระยะเวลา ตลอดจนประเมินแนวทางการอุทธรณ์หรือดำเนินคดีให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

หากได้รับคำสั่งจากหน่วยงานรัฐหรือกำลังมีข้อพิพาทที่อาจต้องดำเนินคดีต่อศาลปกครอง สามารถติดต่อสำนักงานเพื่อนัดหมายปรึกษาและตรวจสอบแนวทางดำเนินการได้

ปรึกษาทนายความ

บริษัท สำนักงานกฎหมายยุติธรรมภิบาล จำกัด

  • หมายเลขติดต่อ: 09-6985-9545

  • อีเมล: info@yuttithamlaw.com 

  • ที่ตั้งสำนักงาน: 573/133  รามคำแหง 39  แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.10310

yuttithamlaw_logo_