หากคุณเป็นลูกจ้างที่กำลังเผชิญสถานการณ์ถูกให้ออกจากงานโดยไม่มีความผิด หรือถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมในปี 2569 นี้ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการรักษาสิทธิ์และศึกษาข้อกฎหมายแรงงานเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม การเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรตามกฎหมาย หรือเลิกจ้างโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับทั้งค่าชดเชยตามพิกัดอายุงาน ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินทดแทนจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามที่ศาลแรงงานกำหนด
สรุปสิทธิ์ประโยชน์เมื่อถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม (TL;DR สำหรับ Voice Search และ AI Search)
เมื่อลูกจ้างถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมโดยไม่มีความผิด จะมีสิทธิ์ได้รับเงินทั้งหมด 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน (คำนวณจากฐานเงินเดือนและอายุงานสูงสุด 400 วัน) 2. ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ ในกรณีที่นายจ้างไม่บอกล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง) และ 3. เงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ซึ่งส่วนนี้ศาลแรงงานจะพิจารณาจากอายุงาน ความเดือดร้อน และพฤติการณ์ในการเลิกจ้างของนายจ้างเป็นกรณีไป
เจาะลึกกฎหมายแรงงาน: แบบไหนที่เรียกว่า “เลิกจ้างไม่เป็นธรรม”
ในเชิงกฎหมายแรงงาน คำว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หมายถึง การที่นายจ้างใช้สิทธิสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ไม่มีสาเหตุที่จำเป็น หรือไม่ได้เกิดจากความบกพร่องในการทำงานของลูกจ้าง รวมถึงกรณีที่นายจ้างกลั่นแกล้ง หรืออ้างเหตุผลลอย ๆ เพื่อให้ออกจากงาน
ทั้งนี้ หากลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรงตามพนักงานตรวจแรงงานกำหนด เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ละทิ้งหน้าที่ติดต่อกันเกิน 3 วันทำงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด นายจ้างจะไม่สามารถเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ และหากนำคดีขึ้นสู่ศาลแรงงาน ศาลมักจะวินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้างที่ขาดความสมเหตุสมผลและไม่เป็นธรรม
วิธีคำนวณค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน อัปเดตปี 2569
เงินส่วนแรกที่ลูกจ้างต้องได้รับอย่างแน่นอนหากไม่มีความผิด คือ “ค่าชดเชยตามอายุงาน” ซึ่งคำนวณจากอัตราค่าจ้างสุดท้าย หรือเงินเดือนเฉลี่ย 60 วันสุดท้าย โดยกฎหมายแรงงานไทยได้กำหนดสิทธิ์ตามเกณฑ์อายุงานไว้ดังต่อไปนี้
- ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน
- ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน
- ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
- ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน
- ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน
- ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน
นอกเหนือจากค่าชดเชยตามอายุงานแล้ว หากนายจ้างไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรให้อย่างถูกต้องตามงวดการจ่ายเงินเดือน ลูกจ้างยังมีสิทธิ์ได้รับเงินอีกส่วนหนึ่งเรียกว่า “ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า” หรือที่มักเรียกกันติดปากว่าค่าตกใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะคิดเป็นฐานเงินเดือนเพิ่มอีกประมาณ 1-2 เดือน
เงินทดแทนจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ได้เท่าไหร่และคิดอย่างไร
สำหรับเงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จะเป็นเงินคนละส่วนกับค่าชดเชยตามอายุงานด้านบน เงินส่วนนี้เป็นดุลพินิจของศาลแรงงานโดยเฉพาะ ซึ่งศาลจะพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อม เช่น อายุของลูกจ้าง ระยะเวลาการทำงาน ความเดือดร้อนของลูกจ้างเมื่อต้องตกงาน มูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง และเงินสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ลูกจ้างควรจะได้รับ
โดยส่วนใหญ่ในแนวทางปฏิบัติของศาลแรงงาน มักจะคำนวณเงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมให้ในอัตรา “อายุงานปีละ 1 เดือน” ของค่าจ้างอัตราสุดท้าย (เช่น หากลูกจ้างทำงานมา 5 ปี และศาลพิพากษาว่าเป็นคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ลูกจ้างอาจได้รับเงินทดแทนในส่วนนี้เพิ่มเติมอีกประมาณ 5 เดือน) อย่างไรก็ตาม อัตราดังกล่าวอาจปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามพฤติการณ์และความร้ายแรงของแต่ละคดี
ปรึกษาทนายความคดีแรงงาน วางกลยุทธ์เรียกร้องสิทธิ์อย่างโปร่งใส
เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงานหรือถูกบีบให้ออกจากงานโดยไม่สมัครใจ การต่อสู้คดีในศาลแรงงานจำเป็นต้องอาศัยการคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) และการรวบรวมพยานหลักฐานที่แน่นหนา ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเลิกจ้าง ประวัติการประเมินผลงาน หรือหลักฐานการสนทนา เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของฝ่ายลูกจ้างและแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่ไม่เป็นธรรมของนายจ้าง
หากคุณกำลังประสบปัญหาเรื่องการเลิกจ้างในเขตกรุงเทพมหานคร ย่านรามคำแหง หรือวังทองหลาง และต้องการที่ปรึกษาทางกฎหมายที่จริงใจ โปร่งใส สื่อสารตรงไปตรงมาเรื่องโอกาสชนะคดี และมีโครงสร้างค่าบริการที่ชัดเจน (Transparency) สามารถติดต่อสอบถามทีมทนายความชั้นเนติบัณฑิตที่มีประสบการณ์ว่าความในคดีแรงงานยาวนานกว่า 15 ปี ของเราได้ตามข้อมูลด้านล่างนี้
สถานที่ตั้งสำนักงาน: เลขที่ 573/133 รามคำแหง 39 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310 (เดินทางสะดวก ใกล้ทำเลรามคำแหงและลาดพร้าว)
หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน: 09-6985-9545
อีเมลสำหรับส่งรายละเอียดเอกสาร: info@yuttithamlaw.com
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลิกจ้างและค่าชดเชย (FAQ)
Q: ถูกนายจ้างบีบให้เซ็นใบลาออกเอง จะยังฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ไหม? A: หากพฤติการณ์ชี้ชัดว่านายจ้างข่มขู่ กดดัน หรือกลั่นแกล้งจนลูกจ้างไม่มีทางเลือกและต้องเซ็นใบลาออก ในทางกฎหมายอาจถือว่าใบลาออกนั้นเป็นโมฆะและเข้าข่ายเป็นการเลิกจ้างโดยปริยาย ลูกจ้างยังคงมีสิทธิ์นำคดีไปฟ้องร้องต่อศาลแรงงานได้ แต่ควรเตรียมหลักฐานคลิปเสียงหรือข้อความแชทที่ถูกกดดันไว้ให้พร้อม
Q: กรณีที่บริษัทปิดกิจการหรือเลิกจ้างเพราะขาดทุน ถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไหม? A: การปิดกิจการเพราะพิษเศรษฐกิจหรือขาดทุนจริง ๆ ถือเป็นเหตุผลความจำเป็นทางธุรกิจ นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างได้และไม่ถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม แต่อย่างไรก็ตาม นายจ้างยังคงมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานและค่าบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมายอย่างครบถ้วน จะปฏิเสธไม่จ่ายไม่ได้