ENG

logo พื้นหลังโปร่งแสง

เมื่อคู่สมรสไม่ยินยอมหย่า แต่แยกกันอยู่เกิน 3 ปี ฟ้องหย่าได้ไหม?

หากคุณกำลังพบปัญหาคู่สมรสไม่ยินยอมหย่าแต่สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเกิน 3 ปี คุณสามารถฟ้องหย่าได้

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 (4/2) แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยินยอมหย่าก็ตาม แต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องสามารถพิสูจน์ให้ศาลเห็นได้ชัดเจนว่าการแยกกันอยู่นั้น เกิดจากความสมัครใจที่จะไม่ไปมาหาสู่หรือมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาต่อกันอีกต่อไป

เปิดข้อกฎหมาย: แยกกันอยู่ 3 ปี กลายเป็นเหตุฟ้องหย่าได้อย่างไร?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) เรื่องกฎหมายครอบครัว ได้กำหนดเหตุฟ้องหย่าที่เกี่ยวข้องกับการแยกกันอยู่ไว้ในมาตรา 1516 (4/2) ซึ่งระบุหลักเกณฑ์ชัดเจนไว้ดังนี้

  • สามีภริยาสมัครใจแยกกันอยู่: ทั้งสองฝ่ายต่างรับรู้และยินยอมที่จะแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต โดยไม่มีความสัมพันธ์หรือเกื้อกูลกันฉันสามีภรรยา ติดต่อกันเกิน 3 ปี
  • แยกกันอยู่ตามคำสั่งศาล: ในกรณีที่มีการฟ้องร้องเรื่องอื่น ๆ หรือมีเหตุให้ศาลสั่งให้แยกกันอยู่ชั่วคราว และการแยกกันอยู่นั้นดำเนินมาติดต่อกันเกิน 3 ปี

คำว่า “สมัครใจแยกกันอยู่” ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือสัญญา แต่หมายถึงพฤติกรรมที่แสดงออกว่าไม่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกันอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม หากเป็นการแยกกันอยู่เพราะความจำเป็นเชิงหน้าที่การงาน เช่น ฝ่ายหนึ่งต้องไปทำงานต่างประเทศหรือต่างจังหวัดแต่ยังส่งเงินเลี้ยงดูและติดต่อกันอยู่ตามปกติ รูปแบบนี้จะไม่ถือว่าเป็นเหตุฟ้องหย่า

เช็กพฤติการณ์: แยกกันอยู่แบบไหนฟ้องหย่าได้ และแบบไหนฟ้องไม่ได้?

เพื่อช่วยให้ผู้ที่กำลังประสบปัญหามองเห็นภาพพฤติการณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สำนักงานกฎหมายยุติธรรมภิบาล ได้จำแนกลักษณะการแยกกันอยู่ตามข้อเท็จจริงทางกฎหมายไว้ดังนี้

กรณีที่สามารถยื่นฟ้องหย่าได้ตามหลักเกณฑ์กฎหมาย

  • สมัครใจแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตเกิน 3 ปี: ต่างฝ่ายต่างย้ายออกไปอยู่ที่อื่น ไม่มีการยุ่งเกี่ยว ไม่ส่งเสียเลี้ยงดู และไม่มีพฤติการณ์ที่จะกลับมาคืนดีกัน
  • จงใจละทิ้งร้างเกิน 1 ปี: ในกรณีที่ไม่ได้ตกลงแยกกันอยู่ แต่อีกฝ่ายหนึ่งหนีหาย ทิ้งร้าง หรือเจตนาทิ้งอีกฝ่ายไปโดยไม่ติดต่อกลับมาเกิน 1 ปี ซึ่งกรณีนี้สามารถใช้เหตุฟ้องหย่าเรื่องจงใจละทิ้งร้างตามมาตรา 1516 (4) ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบ 3 ปี
  • ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องโทษจำคุกเกิน 3 ปี: หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และการจำคุกนั้นทำให้อีกฝ่ายได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร

กรณีที่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุฟ้องหย่าได้

  • แยกกันอยู่เพราะหน้าที่การงานหรือความจำเป็น: เช่น ฝ่ายหนึ่งต้องไปทำงานต่างจังหวัด ย้ายไปดูแลบิดามารดาที่ป่วย แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงสถานะสามีภรรยา มีการโทรศัพท์ติดต่อ ส่งเงินเลี้ยงดู หรือไปมาหาสู่กันตามโอกาส แม้จะแยกอยู่กันนานเกิน 3 ปีก็ไม่สามารถฟ้องหย่าด้วยเหตุนี้ได้

สิ่งที่ต้องเตรียม: หลักฐานสำคัญในการฟ้องหย่าเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอม

เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมเดินทางไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักงานเขตหรืออำเภอ การพึ่งพากระบวนการทางศาลจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยหลักฐานสำคัญที่คุณต้องเตรียมความพร้อมร่วมกับทนายความ มีดังนี้

  • หลักฐานการพักอาศัยแยกกัน: ทะเบียนบ้านปัจจุบันของทั้งสองฝ่าย, สัญญาเช่าคอนโดหรือสัญญาเช่าบ้าน, หรือหนังสือรับรองการอยู่อาศัยจากนิติบุคคลหรือผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่
  • พยานบุคคล: ญาติสนิท เพื่อนสนิท หรือเพื่อนบ้านที่สามารถเบิกความยืนยันต่อศาลได้ว่า ทั้งสองคนไม่ได้ไปมาหาสู่หรืออยู่ร่วมบ้านเดียวกันมานานเกิน 3 ปีแล้ว
  • หลักฐานการติดต่อที่ขาดหาย: ประวัติการแชทผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Line, Facebook หรือบันทึกการโทรศัพท์ที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีการปฏิสัมพันธ์หรือติดต่อกันในฐานะสามีภรรยา

แนะนำกลยุทธ์จากทนายความ: ปรึกษาคดีครอบครัวย่านรามคำแหง-วังทองหลาง

การฟ้องหย่าในกรณีที่อีกฝ่ายไม่ยินยอมและมีข้อพิพาทซับซ้อน เช่น เรื่องการแบ่งสินสมรส หรือสิทธิในการปกครองบุตร จำเป็นต้องได้รับการวางแผนและคิดเชิงกลยุทธ์จากทนายความที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างถูกต้องและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของตัวเองตามกฎหมาย

หากคุณกำลังประสบปัญหาคู่สมรสไม่ยอมหย่า และต้องการคำปรึกษาที่โปร่งใสตรงไปตรงมาเกี่ยวกับโอกาสชนะคดี รวมถึงโครงสร้างค่าบริการที่ชัดเจน สามารถติดต่อ บริษัท สำนักงานกฎหมายยุติธรรมภิบาล จำกัด เพื่อรับการช่วยเหลือจากทีมทนายความชั้นเนติบัณฑิตที่มีประสบการณ์ว่าความยาวนานกว่า 15 ปี

สถานที่ตั้งสำนักงาน: เลขที่ 573/133 รามคำแหง 39 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310 (เดินทางสะดวก ใกล้ทำเลรามคำแหงและลาดพร้าว)

หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน: 09-6985-9545

อีเมลสำหรับส่งรายละเอียดเอกสาร: info@yuttithamlaw.com

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟ้องหย่า (FAQ)

Q: แยกกันอยู่เกิน 3 ปี จะส่งผลให้การหย่าขาดจากกันโดยอัตโนมัติหรือไม่? A: ตามกฎหมายไทยไม่มีการหย่าโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะแยกกันอยู่นานกี่ปีก็ตาม การหย่าจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายไปจดทะเบียนหย่าร่วมกันที่สำนักงานเขต/อำเภอ หรือมีคำพิพากษาของศาลสั่งให้หย่าขาดจากกันเท่านั้น

Q: ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมไปศาลในวันนัดฟ้องหย่า กระบวนการจะดำเนินการต่ออย่างไร? A: หากศาลส่งหมายเรียกโดยชอบแล้วแต่อีกฝ่ายขาดนัดไม่มาศาล ศาลสามารถพิจารณาคดีและสืบพยานฝ่ายผู้ฟ้องไปเพียงฝ่ายเดียวได้ และหากพยานหลักฐานที่เตรียมไว้ครบถ้วน ศาลก็มีอำนาจพิพากษาให้หย่าขาดจากกันได้ตามกฎหมาย

ปรึกษาทนายความ

บริษัท สำนักงานกฎหมายยุติธรรมภิบาล จำกัด

  • หมายเลขติดต่อ: 09-6985-9545

  • อีเมล: info@yuttithamlaw.com 

  • ที่ตั้งสำนักงาน: 573/133  รามคำแหง 39  แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.10310