
หลายคนเข้าใจว่า หากที่ดินอยู่สูงกว่า ก็สามารถปล่อยน้ำลงที่ดินที่ต่ำกว่าได้ แต่ความจริง กฎหมายไม่ได้ให้สิทธิทำได้โดยไม่มีขอบเขตตาม มาตรา 1339 กำหนดให้ เจ้าของที่ดินที่อยู่ต่ำกว่าต้องรับน้ำที่ไหลตามธรรมชาติ จากที่ดินที่สูงกว่า และไม่มีสิทธิทำคันดินหรือสิ่งกีดขวางจนทำให้น้ำระบายไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4191/2530 วางหลักว่า หากเจ้าของที่ดินที่ต่ำกว่ากั้นทางน้ำธรรมชาติ จนทำให้น้ำท่วมที่ดินของเจ้าของที่ดินที่สูงกว่า ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1339 และเป็นการละเมิด ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าเสียหายและขอให้รื้อถอนสิ่งกีดขวางได้ เช่นนาย ก. มีที่ดินสูงกว่า ส่วนนาย ข. มีที่ดินต่ำกว่า น้ำฝนไหลลงตามความลาดชันของพื้นที่ตามธรรมชาติ กรณีนี้ นาย ข. ต้องรับน้ำดังกล่าว และไม่อาจสร้างคันดินกั้นจนทำให้น้ำย้อนกลับไปท่วมที่ดินของนาย ก.
อย่างไรก็ตาม เจ้าของที่ดินที่สูงกว่า ไม่มีสิทธิรวบรวมหรือเร่งการระบายน้ำ เช่น ติดตั้งท่อ ขุดร่อง หรือสูบน้ำให้ไหลลงที่ดินของผู้อื่นจนเกิดความเสียหาย เพราะอาจเป็น การละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 เช่น นาย ค. ถมที่ดินให้สูงขึ้นและติดตั้งท่อระบายน้ำให้น้ำฝนไหลลงสวนของนาย ง. จนต้นไม้เสียหาย กรณีนี้ ไม่ใช่น้ำที่ไหลตามธรรมชาติ แต่เป็นการจงใจระบายน้ำ จึงอาจต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
สรุป
• ที่ดินต่ำกว่า ต้องรับน้ำที่ไหลตามธรรมชาติ
• ที่ดินต่ำกว่า ห้ามกั้นทางน้ำธรรมชาติจนผู้อื่นเสียหาย
• ที่ดินสูงกว่า ห้ามรวบรวมหรือจงใจระบายน้ำลงที่ดินผู้อื่นจนเกิดความเสียหาย