ENG

logo พื้นหลังโปร่งแสง

บทความน่ารู้เรื่องประกันภัย

เมื่อบริษัทประกัน “ขู่ไม่จ่าย” ผู้เอาประกันควรทำอย่างไร : มุมมองทางกฎหมายและสิทธิของผู้บริโภค

บทความน่ารู้เรื่องประกันภัย

👉ในทางปฏิบัติ ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาเมื่อถึงเวลาต้องใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัทประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุรถยนต์หรือการเคลมประกันสุขภาพ บางกรณีบริษัทประกันอาจใช้วิธีกดดัน ชะลอการจ่าย หรือเสนอค่าชดเชยต่ำกว่าสิทธิที่ผู้เอาประกันควรได้รับ อย่างไรก็ตาม กฎหมายไทยได้กำหนดกลไกคุ้มครองผู้บริโภคไว้ ผ่านกฎหมายสัญญาประกันภัยและการกำกับดูแลของสำนักงาน คปภ. ผู้เอาประกันจึงสามารถใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองตนเองได้

📌1.การอ้างว่า “ประมาทร่วม” เพื่อลดค่าสินไหม

ในอุบัติเหตุรถยนต์ บริษัทประกันอาจเสนอให้ผู้เสียหายยอมรับว่าเป็น “ประมาทร่วม” และจ่ายค่าเสียหายเพียงบางส่วน เช่น ครึ่งหนึ่งของค่าซ่อมรถ โดยอ้างว่าการดำเนินคดีจะใช้เวลานาน

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาความประมาทต้องอาศัยพยานหลักฐาน เช่น กล้องหน้ารถ พยานบุคคล หรือรายงานตำรวจ บริษัทประกันไม่มีอำนาจกำหนดความรับผิดฝ่ายเดียว หากผู้เสียหายเป็นฝ่ายถูกย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเต็มจำนวน ดังนั้นไม่ควรลงนามยอมรับความผิดโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากบริษัทประกันปฏิเสธการจ่าย สามารถขอหนังสือปฏิเสธอย่างเป็นทางการเพื่อนำไปร้องเรียนต่อ คปภ. หรือฟ้องร้องต่อศาลได้

📌 2.การกำหนดค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ต่ำกว่ามาตรฐาน

เมื่อรถต้องเข้าซ่อมจากอุบัติเหตุ ผู้เสียหายมีสิทธิเรียก “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” จากประกันของฝ่ายที่ก่อเหตุ แต่บางบริษัทอาจเสนออัตราต่ำ เช่น วันละ 200–300 บาท

แนวทางของ คปภ. กำหนดมาตรฐานโดยประมาณ เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ประมาณวันละ 500 บาท และรถมูลค่าสูงอาจอยู่ที่ 700–1,000 บาทต่อวัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของรถและระยะเวลาซ่อมจริง หากบริษัทประกันเสนอค่าชดเชยต่ำกว่ามาตรฐาน ผู้เสียหายควรเก็บหลักฐานการติดต่อและเอกสารจากอู่ซ่อมรถ เพื่อยื่นร้องเรียนต่อ คปภ.

📌 3.การกล่าวหาว่า “ปกปิดโรค” เพื่อบอกล้างสัญญาประกันสุขภาพ

ในบางกรณีบริษัทประกันอาจตรวจสอบประวัติการรักษาย้อนหลัง และอ้างว่าผู้เอาประกันปกปิดโรคประจำตัวเพื่อปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม

อย่างไรก็ตาม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 บริษัทประกันต้องใช้สิทธิบอกล้างสัญญาภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นสิทธิดังกล่าวจะระงับไป หลักการนี้สอดคล้องกับแนวคิด Incontestability Clause ซึ่งโดยทั่วไปกำหนดว่าเมื่อสัญญาประกันมีผลมาแล้วประมาณ 1–2 ปี บริษัทประกันจะไม่สามารถยกเหตุเรื่องการปกปิดข้อมูลมายกเลิกสัญญาย้อนหลังได้ เว้นแต่มีการทุจริตอย่างชัดเจน หากถูกปฏิเสธการจ่าย ผู้เอาประกันสามารถร้องเรียนต่อ คปภ. หรือใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลผู้บริโภคได้

👉🏼บทสรุป

แม้ว่าบริษัทประกันจะมีสิทธิพิจารณาการจ่ายค่าสินไหมตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แต่การกดดันหรือเสนอค่าชดเชยต่ำกว่าสิทธิที่กฎหมายกำหนด อาจเข้าข่ายการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ผู้เอาประกันจึงควรศึกษาเงื่อนไขกรมธรรม์ เก็บหลักฐานทุกขั้นตอน และใช้กลไกของ คปภ.  หรือกระบวนการยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิของตน การรู้เท่าทันกฎหมายจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคเสียเปรียบในสัญญาประกันภัย

ปรึกษาทนายความ

บริษัท สำนักงานกฎหมายยุติธรรมภิบาล จำกัด

  • หมายเลขติดต่อ: 09-6985-9545

  • อีเมล: info@yuttithamlaw.com 

  • ที่ตั้งสำนักงาน: 573/133  รามคำแหง 39  แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.10310